วันอาทิตย์, 1 พฤศจิกายน 2569

การให้ทานชีวิต เป็นมหาทาน เป็นที่สุดแห่งทานที่ทำได้ง่าย

การให้ทานชีวิต
เครดิตภาพจากเพจ : https://web.facebook.com/punissarapab

การให้ทานชีวิต เป็นมหาทาน เป็นที่สุดแห่งทานที่ทำได้ง่าย เพียงแค่เราไม่ทานเนื้อสัตว์ทุกชนิด ในทุกมื้ออาหาร เราก็สามารถสร้างมหาทานได้แล้วค่ะ การที่เราไม่กินเนื้อสัตว์ เราก็ไม่ต้องฆ่าสัตว์ หรือ มีส่วนช่วยให้เกิดการฆ่าสัตว์ เราให้ทานชีวิตสัตว์อื่นให้อยู่รอดปลอดภัย เท่ากับว่าเราให้ความเมตตาเขา จิตที่มีเมตตาปราถนาให้ผู้อื่น สัตว์อื่นพ้นทุกข์ เป็นจิตใจของพระโพธิสัตว์ เป็นจิตใจที่สูง เช่นนี้แล้วเมื่อวาระสุดท้ายของชีวิตมาถึงเราย่อมได้ไปสุขคติภพอย่างแน่นอน หรือแม้ว่าหากชีวิตต้องเผชิญกับวิบากกรรมที่ต้องถึงขั้นเสียชีวิตก่อนวัยอันควร บุญที่เกิดจากการไม่ฆ่าสัตว์อื่น เบียดเบียนสัตว์อื่น จะช่วยให้เรารอดพ้นไปได้ค่ะ

ในศาสนาพุทธ ศีลข้อที่ ๑ การเว้นจากการฆ่าสัตว์ เป็นการให้ชีวิต ให้ความปลอดภัย ให้ความไม่มีภัย แก่สัตว์ทั้งหลาย เป็นศิลข้อแรกที่พระพุทธองค์ทรงบัญญัติไว้ในศิล 5 ข้อ แสดงว่าเป็นข้อที่สำคัญที่สุดนั่นเองค่ะ

ในกฎแห่งกรรม คนที่เกิดมาในชาตินี้มีสุขภาพร่างกายแข็งแรง ไม่มีโรคภัยเบียดเบียน อายุขัยยืนยาวแสดงว่า ในอดีตชาติเป็นคนที่มีเมตตา ไม่เคยทำร้ายชีวิตสัตว์อื่นค่ะ ในทางกลับกันคนที่เกิดมาในชาตินี้มีโรคภัยเบียดเบียน สุขภาพไม่แข็งแรง อายุสั้น ตายก่อนวัยอันควร เพราะในอดีตชาติเคยฆ่าสัตว์ เบียดเบียนชีวิตสัตว์อื่นมาก่อน ซึ่งพระพุทธองค์ตรัสไว้ว่า ในโลกนี้ไม่มีคำว่าอังเอิญ ทุกอย่างที่เกิดขึ้นกับชีวิตเราล้วนมาจากเหตุที่เราได้เคยทำไว้แล้วในอดีตชาติ ทั้งกรรมดี และกรรมไม่ดี ย่อมส่งผลมาถึงในชาตินี้

ในวัฎสงสารอันยาวไกลแห่งนี้หาจุดตั้งต้น และสิ้นสุดไม่พบ ตัวเราเอง คนรัก คนในครอบครัว พ่อแม่ พี่ น้อง ลูกหลาน สามีภรรยา ลุง ป้า น้า อา เพื่อน ล้วนเวียนเกิดเวียนตายนับชาติไม่ถ้วน เป็นมนุษย์บ้าง สัตว์นานาชนิดบ้าง เทพบ้าง พรหมบาง เปรต ผี อสุรกาย สัตว์นรก พวกเราต้องเคยเป็นมาทั้งนั้นค่ะ ไม่มีใครบริสุทธิ์ เพราะถ้าจิตบริสุทธ์เราต้องเข้านิพพานไปแล้วค่ะ เพราะฉะนั้น หมู เป็ด ไก่ วัว ควาย ปลา กุ้ง หอย นก หนู แพะ แกะ และสัตว์นานาชนิด ที่เรากำลังกินเข้าไปด้วยความอร่อยในทุกมื้ออาหาร พวกเขาอาจจะเป็นคนที่เราเคยรัก คนในครอบครัว พ่อแม่ พี่ น้อง ลูกหลาน สามีภรรยา ลุง ป้า น้า อา ของเราก็เป็นได้นะคะ

กินเจทุกวัน คือ การทำบุญปล่อยชีวิตสัตว์ทุกวัน ได้สร้างสมบุญกุศลปล่อยชีวิตสัตว์ทุกวัน ย่อมดีกว่ารอให้หมอดูทักว่ามีเคราะห์แล้วไปซื้อสัตว์เป็นๆในตลาดมาปล่อย หรือ ปล่อยสัตว์เป็นๆในวาระโอกาสพิเศษ วันพระใหญ่ หรือ วันเกิด

การกินเจ เป็นการงดกินเนื้อสัตว์ เท่ากับว่าเราได้แผ่เมตตาอยู่ทุกขณะจิต เพราะเราไม่เบียดเบียนชีวิตสัตว์อื่นทั้งทางตรงคือเราไม่ฆ่าสัตว์ ทางอ้อมคือเราไม่ต้องซื้อเนื้อสัตว์ที่ถูกฆ่าแล้วมาทำเป็นอาหาร เท่ากับว่าเราไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง หรือ สนับสนุน ให้เกิดการฆ่าสัตว์ เพื่อนำมาขาย เช่นนี้แล้ว เราได้ให้ชีวิตสัตว์ทุกวัน ให้สัตว์ทั้งหลายมีความสุขกายสุขใจ ปราศจากทุกข์ภัย เหมือนเราได้กล่าวบทแผ่เมตตาทุกวัน วันละหลายครั้งนั้นเองค่ะ

คำกล่าวแผ่เมตตาบางบท ที่เราชาวพุทธเกือบทุกคนต้องเคยได้กล่าวมาแล้วดังนี้

คำแผ่เมตตา บางบท
สัพเพ สัตตา สุขิตา โหนตุ
– ขอสัตว์ทั้งหลายทั้งปวงจงเป็นผู้ถึงความสุข

สัพเพ สัตตา อะเวรา โหนตุ
– ขอสัตว์ทั้งหลายทั้งปวงจงเป็นผู้ไม่มีเวร

สัพเพ สัตตา อัพ๎ยาปัชฌา โหนตุ
– ขอสัตว์ทั้งหลายทั้งปวงจงอย่าได้เบียดเบียนซึ่งกันและกัน

สัพเพ สัตตา อะนีฆา โหนตุ
– ขอสัตว์ทั้งหลายทั้งปวงจงเป็นผู้ไม่มีทุกข์

สัพเพ สัตตา สุขี อัตตานัง ปะริหะรันตุ
– ขอสัตว์ทั้งหลายทั้งปวงจงรักษาตนอยู่เป็นสุขเถิด

สัพเพ สัตตา สัพพะทุกขา ปะมุญจันตุ
– ขอสัตว์ทั้งหลายทั้งปวงจงพ้นจากทุกข์ทั้งมวล

สัพเพ สัตตา ลัทธะสัมปัตติโต มา วิคัจฉันตุ
– ขอสัตว์ทั้งหลายทั้งปวงจงอย่าได้พรากจากสมบัติอันตนได้แล้ว

บทแผ่เมตตา
สัพเพ สัตตา สัตว์ทั้งหลายทั้งปวง ที่เป็นเพื่อนทุกข์ เกิด แก่ เจ็บ ตาย ด้วยกันทั้งหมดทั้งสิ้น
อะเวรา โหนตุ จงเป็นสุขเป็นสุขเถิด อย่าได้มีเวรซึ่งกันและกันเลย
อัพยาปัชฌา โหนตุ จงเป็นสุขเป็นสุขเถิด อย่าได้เบียดเบียนซึ่งกันและกันเลย
อะนีฆา โหนตุ จงเป็นสุขเป็นสุขเถิด อย่าได้มีความทุกข์กายทุกข์ใจเลย
สุขี อัตตานัง ปะริหะรันตุ จงมีแต่ความสุขกาย สุขใจ รักษาตนให้พ้นจากทุกข์ภัยทั้งสิ้นเทอญ

การที่เรากินเจทุกวัน เท่ากับเรางดการฆ่าสัตว์ ทั้งทางตรงและทางอ้อม ทำให้เราไม่ต้องก่อหนี้กรรมโดยไม่รู้ตัว

สัตว์เกิดกายมาใช้กรรมที่ทำไว้ เป็นเป็ดไก่กุ้งหอยปูปลาหมูหมาวัวควาย ตามเหตุต้นผลกรรมที่เคยทำมา มิใช่ฟ้าประทานชีวิตสัตว์ทั้งหลายมาให้มนุษย์กิน