
บุญสัมพันธ์ของหลวงปู่โตํะกับพระแม่กวนอิม เหตุใดพระแม่กวนอิมเสด็จลงมาโปรดหลวงปู่โต๊ะด้วยพระองค์เอง
ครั้งหนึ่งขณะที่หลวงปู่นั่งเจริญกรรมฐานอยู่ในโบสถ์ พลันก็เห็นเซียน 8 องค์เข้ามาพูดกับท่านว่า
“พระแม่กวนอิมมารับท่านเป็นสาวกและให้ท่านปฏิบัติแบบมหายาน คือไม่ฉันเนื้อวัว เนื้อควาย และให้ฉันเจทุกเทศกาลกินเจ“
หลวงปู่ก็ไม่ยอม เถียงไปว่า………
“พระแม่เป็นคนจีน หลวงปู่เป็นคนไทยและนับถือพระพุทธเจ้าอยู่แล้ว ไม่ตกลงด้วย“
นับแต่นั้นมาเซียน 8 องค์ก็มาเฝ้าอ้อนวอนให้หลวงปู่เปลี่ยนใจ จนกระทั่งวันหนึ่งเซียนทั้ง 8 องค์ก็มาหาอีกและบอกว่า
“วันนี้พระแม่กวนอิมเสด็จมาด้วยพระองค์เอง พักรออยู่ข้างนอก“
หลวง ปู่ไม่สนใจได้แต่หลับตาเสีย เซียนองค์หนึ่งจึงไปเชิญเสด็จพระแม่กวนอิมเข้ามาในโบสถ์ และบอกให้หลวงปู่ลืมตาขึ้น หลวงปู่ลืมตาเห็นพระรัศมีสว่างไสวและพระลักษณ์สวยงามมาก พระแม่เจ้าให้หลวงปู่เข้าเป็นสาวกทางพุทธศาสนามหายาน และประทานเสื้อกางเกงชุดพระจีนให้ใส่แทน หลวงปู่เผลอรับเสื้อกางเกงมาสวมใส่ พอกางเกงสวมมาถึงเข่า ก็รู้สึกตัวได้สติ รีบดึงกางเกงออกทิ้งไป พระแม่กลับบอกว่า
“ท่านเป็นสาวกของพระแม่แล้ว ต่อไปนี้ท่านจะต้องฉันเจทุกปี ตามเทศกาลเจของชาวจีน“
แล้วพระแม่กวนอิมและเซียนทั้ง 8 องค์ ก็หายวับไปกับตา
พอ ถึงเทศกาลเจครั้งแรก หลวงปู่ไม่ยอมฉันเจ หลวงปู่ก็อาพาธหนัก พอหมดเทศกาลเจก็หาย ในปีต่อ ๆ มา ก็เป็นเช่นนี้อีก หลวงปู่ทดสอบอยู่หลายปี จนต้องหันมาฉันเจในเทศกาลเจ อาการอาพาธต่าง ๆ ก็หายสิ้น ท่านจึงฉันเจตามเทศกาลแต่นั้นมา
ทุกปีของเทศกาลเจ หลวงปู่จะแต่งชุดพระจีนในเวลากลางคืน และเมื่อหลวงปู่นั่งสมาธิ พระแม่เจ้าก็ได้พาหลวงปู่ไปเที่ยวดินแดนสุขาวดีพุทธเกษตร พร้อมทั้งสอนวิชชาให้ จึงเป็นสาเหตุว่าชาวจีนทำไมจึงขึ้นกับหลวงปู่โต๊ะมากเป็นพิเศษ
ครั้น หลังเมื่อหลวงปู่กลับจากการเยือนพุทธคยาที่ประเทศอินเดีย หลวงปู่ก็เริ่มฉันภัตตาหารมังสวิรัติ คือ การเว้นเนื้อสัตว์และมันสัตว์ทั้งปวงโดยเด็ดขาดอย่างจริงจัง ตราบถึงกาลมรณภาพ
เรื่องราวของหลวงปู่โต๊ะเป็นการแสดงถึง ความสมานสามัคคีของผู้มุ่งหวังสร้างบารมี ไม่ว่าพุทธนิกายใด หรือศาสนาใดย่อมอนุเคราะห์ค้ำจุนกันได้เสมอ ทั้งนี้เพื่อขจัดทุกข์บำรุงสุขให้เกิดขึ้น มีขึ้น แก่ผู้ศรัทธาที่เคารพบูชาเสมอ
ประวัติหลวงปู่โต๊ะโดยย่อ
หลวงปู่โต๊ะวัดประดู่ฉิมพลีหรือสมณศักดิพระราชาคณะ”พระราชสังวราภิมณฑ์”เกิดต้นรัชกาลที่๔เมื่อวันที่ ๒๗ มี.ค.พ.ศ.๒๔๓๐ ที่จ.สมุทรสงคราม..บรรพชาเป็นสามเณรเมื่ออายุ๑๗ปี อุปสมบทเป็นพระเมื่ออายุครบ ๒๐ปี ได้รับฉายาว่า”อินทสุวัณโณ”ท่านเริ่มศึกษาพระกรรมฐานกับพระอาจารย์พรหมจากนั้นท่านได้ไปฝากตัวเป็นศิษย์ของหลวงพ่อรุ่งวัดท่ากระบือและได้ออกธุดงค์กับหลวงพ่อสดวัดปากน้ำ ต่อมาท่านได้เป็นสหธรรมมิกกับหลวงพ่อปานวัดบางนมโคและได้มีโอกาสเรียนวิชากับอาจารย์ของหลวงพ่อปานคือหลวงพ่อโหน่งวัดอัมพวันซึ่งได้ถ่ายทอดพุทธาคมจนท่านสร้างพระปิดตาที่ถูกบันทึกไว้ในประวัติศาสตร์ว่าเป็นพระปิดตาที่ศักดิสิทธิมากจนได้รับการขนานนามว่า”พระปิดตาเงินล้าน“ซึ่งผู้ได้รับไปบูชาต่างประสพกับพุทธคุณในเรื่องโชคลาภโภคทรัพย์หนุนดวงชะตา พลิกชะตาร้ายกลายเป็นดีจนเป็นเหตุให้ชาวจีนสิงคโปร์และมาเลียเซียศรัทธาท่านมาก เมื่อเห็นรูปพระปิดตาไม่ว่าจะเป็นของสำนักใดก็จะเรียกว่า”พระปิดตาหลวงปู่โต๊ะ” หลวงปู่โต๊ะมีพลังจิตที่เข้มขลังสุดยอดตั้งแต่ยังหนุ่มเมื่อมีงานพุทธาภิเษกท่านมักจะถูกนิมนต์ไปร่วมงานเสมอๆ ท่านเคยเล่าให้ลูกศิษย์ใกล้ชิดฟังว่า”แค่ท่านจับสายสิญญ์ในขณะทำพิธีท่านจะรู้เลยว่ามีพระอาจารย์องค์ไหนที่เก่ง เมื่อเสร็จพิธีท่านจะเข้าไปกราบครูบาอาจารย์องค์นั้นขอโอกาสเรียนวิชาเพิ่มเติมและครั้งหนึ่งท่านได้พบกับหลวงปู่มั่นและได้รับโอวาสธรรมจากหลวงปู่มั่น..
หลวงปู่โต๊ะได้ถึงแก่มรณภาพลงด้วยอาการสงบ รวมสิริอายุได้ ๙๓ ปี ๗๓ พรรษา พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชทรงพระกรุณาโปรดให้เชิญศพไปตั้งที่ศาลา ๑๐๐ ปี วัดเบญจมบพิตร พระราชทานเกียรติยศศพเป็นพิเศษ เสมอพระราชาคณะชั้นธรรม พระราชทานโกศโถบรรจุศพ พร้อมฉัตรเบญจาเครื่องประกอบเกียรติยศครบทุกประการ พระราชทานพระบรมราชานุเคราะห์แก่การศพโดยตลอด เสด็จฯ ไปทรงเป็นประธานในการทรงบำเพ็ญพระราชกุศล ๗ วัน ๕๐ วัน ๑๐๐ วัน และตามโอกาสอันควรหลายวาระ